วันเสาร์ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

เมืองไทยประกันชีวิต ลั่นโค่นแชมป์ แบงก์แอสชัวรันส์

เมืองไทยประกันชีวิตลั่นโค่นแชมป์เก่าแบงก์แอสชัวรันส์ ประกาศเบี้ยใหม่ 1 หมื่นล้านบาท ขณะที่ไทยพาณิชย์นิวยอร์คไลฟ์ที่ครองมา 7 ปีซ้อน พร้อมกับตั้งเป้าเบี้ยรับรวมปีนี้3.05หมื่นล้านบาท ...

เมื่อวันที่ 25 ม.ค. นายอารยัน เวส กรรมการ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด เปิดเผยว่า ช่องทางการขายผ่านแบงก์แอสชัวรันส์ในระบบมีอัตราการเติบโตที่สูง เป็นผลมาจากบริษัทประกันชีวิตในขณะนี้ต่างก็มีพาร์ทเนอร์หรือผู้ถือหุ้นเป็น ธนาคารพาณิชย์เกือบทุกแห่ง อาทิ บริษัทไทยพาณิชย์นิวยอร์คไลฟ์ ประกันชีวิตจำกัด (มหาชน) มีธนาคารไทยพาณิชย์เป็นผู้ถือหุ้น, บริษัท อยุธยา อลิอันซ์ ซี.พี.ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) มีธนาคารกรุงศรีอยุธยาเป็นผู้ถือหุ้น และบริษัท ไอเอ็นจีประกันชีวิต จำกัด มีธนาคารทหารไทยเป็นผู้ถือหุ้นเช่นเดียวกัน เมื่อเป็นโอกาสในการขยายช่องทางทุกบริษัทต่างก็ต้องเร่งดำเนินงานเพื่อสร้างผลงานให้ได้ตามเป้าที่วางเอาไว้ จึงนับได้ว่าโอกาสที่ช่องทางแบงก์แอสชัวรันส์จะสามารถมีส่วนแบ่งการตลาดสูงกว่าช่องทางตัวแทนก็อาจเป็นไปได้

ทั้งนี้ คาดว่าในอีก 3 ปีข้างหน้า ส่วนแบ่งตลาดแบงก์แอสชัวรันส์จะขยับขึ้นมาอยู่ที่ 40% ขณะที่ปี 2552 ส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ 30% และปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 25% ซึ่งมองว่า ตลาดประกันชีวิตยังเป็นตลาดที่ทุกบริษัทยังมีโอกาสเข้าถึงลูกค้าได้อีกมาก ซึ่งทุกช่องทางสามารถเรียนรู้และศึกษางานร่วมกันได้ หาจุดเด่นจุดบกพร่องเพื่อนำมาพัฒนาช่องทางทั้งหมดที่มี จะเป็นการผลักดันให้ธุรกิจประกันชีวิตมีอัตราการเติบโตที่สูงขึ้นและมี ศักยภาพ สามารถทำให้ลูกค้ามั่นใจและวางใจได้

"เรายอมรับว่าช่องทางแบงก์ในตอนนี้โตเร็วมาก ซึ่งเป็นสัญญาบอกว่าคนชอบที่จะยอมเดินเข้าหาซื้อประกันจากแบงก์มากกว่าช่องทางอื่น ด้วยเพราะแบงก์เป็นสถาบันการเงินที่มีความน่าเชื่อถือมั่นคงด้วย แต่จะมาตัดสินว่าแย่งส่วนแบ่งตลาดตัวแทนไปทั้งหมดก็ไม่ได้เพราะแบงก์เอง ปัจจุบันเข้าถึงลูกค้าเพียง 25% เท่านั้น" นายอารยัน เวส กล่าว

นายอารยัน เวส กล่าวด้วยว่า ในปี 2553 บริษัทตั้งเป้าเบี้ยรับปีแรกผ่านช่องทางแบงก์แอสชัวรันส์ไว้ที่ 10,000 ล้านบาท เติบโต 65% จากปีที่แล้ว หากรวมเบี้ยปีต่อด้วยก็อยู่ที่ประมาณ 17,730 ล้านบาท เติบโต 61%ซึ่งถือว่าขึ้นเป็นอันดับ1 สำหรับเบี้ยประกันรับปีแรก

ด้านนายสาระ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท เมืองไทยประกันชีวิต เปิดเผยว่า ในปีนี้บริษัทตั้งเป้าเบี้ยรับรวมไว้ที่ 30,550 ล้านบาท เติบโต 42% แบ่งเป็นเบี้ยใหม่ 13,850 ล้านบาท และเบี้ยต่ออายุ 16,700 ล้านบาท และแบ่งเป็นเบี้ยรับรวมจากช่องทางแบงก์แอสชัวรันส์ 17,730 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 61% ช่องทางตัวแทน 10,450 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% ช่องทางอื่นที่ไม่ใช่แบงก์แอสชัวรันส์และตัวแทน 1,350 ล้านบาท เพิ่มขึ้น30% ประกันกลุ่ม 1,020 ล้านบาท เพิ่มขึ้น20% โดยคาดว่าจะมีกำไรจากการดำเนินงาน 1,800 ล้านบาท หรือเติบโต 8% และมีอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนที่ 5% ขณะที่ปีที่ผ่านมาบริษัทมีเบี้ยรับรวมที่ 21,540 ล้านบาท หรือเติบโต 25% เมื่อเทียบกับปี 2551 โดยแบ่งเป็นเบี้ยใหม่ 9,240 ล้านบาท และเบี้ยต่ออายุ 12,300 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าธุรกิจประกันชีวิตในอุตสาหกรรมในปีนี้จะมีการเติบโตอยู่ที่ 15-20%

ขณะที่นายบัณฑิต เจียมอนุกูลกิจ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัทไทยพาณิชย์นิวยอร์คไลฟ์ ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในปีที่ผ่านมา บริษัทยังสามารถรักษาผู้นำอันดับ1 ของแบงก์แอสชัวรันส์ หรือ การขายประกันผ่านธนาคาร ได้อย่างเหนียวแน่นติดต่อเป็นเป็นปีที่ 7 และในปีนี้ก็ยังตั้งเป้าครองอันดับ1เหมือนเดิม โดยปีนี้ตั้งเป้าเบี้ยประกันรับปีแรกจากช่องทางแบงก์แอสชัวรันส์เอาไว้ที่ 7,500 ล้านบาท ซึ่งในปีที่ผ่านมา ช่องทางการขายผ่านแบงก์แอสชัวรันส์อยู่ที่ 7,126 ล้านบาท

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น